ผ่านจากการเขียนไดอารี่หนแรก ได้ราวๆ 4 เดือน  จากหนก่อนที่เคยบอกกับตัวเอง และไดอารี่ไว้ในเรื่องคำตอบของชีวิตนั้น..  ผมได้ตอบโจทย์นั้น ด้วยการหางานใหม่ ลาออกจากที่เก่า..   

หลังจากวันที่เขียนไปไม่กี่วันเท่านั้นหล่ะครับ

 
       เมื่ออาทิตย์วาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งจะพ้นช่วงทดลองงาน 3 เดือนพอดีๆ   ในสภาพแวดล้อมใหม่ ความคิดใหม่ ผู้คนใหม่ๆ ทำให้ผมไม่ปวดหัวทุกๆคืนอีกแล้ว  วันเสาร์อาทิตย์ ผมยังสามารถเล่นเกม ทำใดๆ ที่ชอบได้อีก..

มีเวลาซื้อคุกกี้ให้ที่บ้าน เล่นแย่งผ้ากับหมาที่บ้าน มีเวลาบอกกับตัวเองว่าแอบเหล่สาว office ชั้นใดไว้บ้าง  นี่หล่ะมั๊ง ที่เค้าเรียกว่าคนเรามีทางเลือกเสมอ ไม่มีทางสุดท้าย หรือคำตอบสุดท้ายหรอก  ได้แต่ไขว่หาคำตอบสุดท้าย เรื่อยไป  จากนี้ไป คงได้ทำแต่สิ่งที่อยากทำเท่านั้นหล่ะ..   เพราะชีวิตคือชีวิตของเราสิน่ะ   

จะว่าไปแล้ว ขอตัวไปล้างรถก่อน.. นี่ก็ไม่ได้ล้างมาหลายเดือนเช่นกัน

 

.... ปีนี้จะเรียนต่อปริญญาโทให้ได้..อย่างที่หวังไว้เกือบทุกวัน 4 ปีมาแล้ว..

 


คำถาม และตอบ สำหรับชีวิตตอนนี้มั๊ง


นี่เป็นการเขียนลงไดอารี่ หนแรกในรอบหลายปี ที่เลิกเขียนไป..

เหตุผลของการกลับมากระสันอยากเขียน คงเพราะผมมีเรื่องราว มีคำถาม ที่เที่ยวไปบอกใครๆ ไม่ได้

เอามาลงไดอารี่.. น่าจะดี เพราะอย่างน้อย ก็เรียบเรียงเนื้อหาได้ ง่ายต่อการกลับมาย้อนอ่านใหม่ของตัวเอง..

ที่สำคัญ ไม่มีใครในชีวิตจริงของผม มาอ่านเจอแน่นอนหล่ะ...

ผมเป็นคนชอบตั้งคำถาม.. คำถามของผมบางครั้งก็เป็นคำถามแบบเด็กแนว... บางคำถามก็เป็นคำถามแห่งชีวิตเชียวหล่ะ

แต่แปลกตรงที่ ต่อให้หาคำตอบได้ ในทุกๆคำถามของตัวเอง ซึ่งคิดว่าตอบโจทย์ของตัวเองได้ครบแล้วเชียวน่ะ

ผมกลับไม่ได้รู้สึกโล่งมากไปกว่าเดิมตรงใหน... คำถามยังจุกอยู่... คำตอบไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

คงเป็นแค่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด แค่นั้นเอง..

เค้าว่าเพราะไม่มีความสุข ไม่ได้สิ่งที่หวัง นั่นหล่ะถึงเกิดคำถาม.. แปลว่าหากเราหมดคำถาม ถ้าไม่ใช่เราตาย ก็แสดงว่าเรามีความสุข..


เผอิญผม..เป็นคนคิดมากแต่เล็ก จนโตเป็นฟายขนาดนี้ ก็ไม่เห็นจะอาการดีกว่าเดิมเลย..

เชื่อมั๊ย... ผมใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะนอนได้ ในทุกๆวัน เตะหมอน ลงมาเข้าห้องน้ำ อยู่นั่น

หลายคืน ปวดหัว... ปวดขมับ... เครียด... เครียด..

ขอบคุณร่างกาย ขอบคุณอากาศแถบปริมลทนที่ผมอาศัย ทีทำให้ผมไม่เครียดตายไปซะก่อน..



เมื่อวันก่อน ฟังเพลง "คนค้นตน" ระหว่างนั่งรถตู้ไปทำงาน

ลองใส่อารมณ์ร่วมแบบเด็กแนวลงไปอีกหน่อย... รถติดอีกนิด..

คำถามที่เอามาเป็นโจทย์ในเวลานั้นคือ

" เรากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่จะได้ทำงานที่อยากทำ เราจะอดทนไปได้อีกนานแค่ใหน กับสถานะการณ์ของเราแบบนี้

ใหนจะเรื่องอยากเรียนต่อของเราอีก จะเอาเงินทีใหนกันหล่ะนี่.. หนี้ก็บานตูมแบบนี้. แล้วเรื่องทีปวดหัวกับการทำงานทุกๆวันนี้ด้วยหล่ะ.. เพราะอะไร?. "

หลังฟังเพลงคนค้นตนจบ.. คำตอบปิ๊งขึ้นมาทันที... ปิ๊งๆ แบบในการ์ตูนเชียวหล่ะ..

" อดทน ทำงาน กับงานที่ได้รับมอบหมาย กับสถานะการณ์นี้ของชีวิต.. หากทำไม่ได้ ก็ต้องจำเป็นต้องกำมันเอาไว้แล้วหล่ะ

ปล่อยๆทื้งมันไปซักเครียดสองเครียดจะเป็นไร.. โดยเริ่มออกไปค้นๆ ตนเอง บ้าง...

ผมงัดเป้าหมายในชีวิตออกมาเขียนชัดๆ เพื่อให้จำขึ้นใจอีกครั้ง..

เรื่องแรก... จะออกเดินทางท่องเที่ยว อาศัยบ้านคนรู้จักไปเรื่อยๆ ให้ทั่วประเทศ ซัก 1 เดือน.. เหมือนที่เด็กแนวหลายๆคนเคยฝันไว้ (เหตุผลโดยอ้อม จะได้ไปแก้บน ที่เคยไปบนๆไว้มากมาย )

เรื่องสอง... จะต้องเป็นอาจารย์สอนระดับปริญญา ตรี ให้ได่ก่อนอายุ ขึ้นเลขสาม... (เหตุผลโดยอ้อม จะได้รีบเรียน ป โท ซักทีหล่ะเรา)

ปล่อยวางคำตอบที่มักงัดมาตอบใครๆ เวลาที่เค้าถามความตั้งใจในชีวิตเดิมทิ้ง..

ผมพอแล้ว ผมไม่ได้อยากโดดเด่น อยากมีเงินมากมาย หรือเป็นที่ยอมรับ...

ผมไม่จำเป็นต้องพิสูฐใดๆ ให้ใครเห็นนี่หว่า... เรื่องของผม ความฝันของผม

ผมเก็บไว้อุบอิบคนเดียวดีกว่า.. คงไม่จำเป็นต้องคิดคำตอบคมๆ มาทำให้ตัวเองจมลงๆ อีกแล้ว

เราทำตัวเองคนเดียว ทั้งนั้นเลย....

ผมอยากท่องเที่ยวเดินทาง.. อยากดมกลิ่นหญ้า รับลมเย็น... และเป็นอาจารย์..."



คำตอบของชีวิต (ในตอนนี้) ของผมยาวดีมั๊ย?..


ของคุณๆหล่ะ?


โดย..มุ่งสู่โคชิเอ็งเท่านั้น


edit @ 2007/09/17 18:00:28